แม้จะผ่านไปนานเกือบครึ่งปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อการไปเที่ยวสังขละบุรีนั้น ยังอยู่ในความทรงจำไม่มีขาดหาย ที่นี่มีมนต์เสน่ห์หลายให้ได้คิดถึงทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ทั้งยังเหมาะแก่การหนีมาปลีกวิเวกจากสังคมอันวุ่นวาย

สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่ และห้วยรันตี รวมเรียกว่า “สามประสบ” ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย 

ในอดีตนี่คือเมืองเก่ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่ไม่เคยร้างราผู้คน จุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองนี้เกิดขึ้น 2 ครั้ง – ครั้งที่ 1 คือราวปี 2494 เมื่อหลวงพ่ออุตตมะซึ่งเป็นภิกษุชาวมอญจากเมืองมะละแหม่ง พาชาวมอญอพยพหนีภัยสงคราม และความแร้นแค้นเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยช่วยกันสร้างวัดและบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนมอญ อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามตัวอำเภอ จากนั้นก็มีชาวมอญอพยพเข้ามาสมทบอีก เป็นระลอกจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ – ครั้งที่ 2เกิดขึ้นในราวปี 2527 เมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ) สันเขื่อนอยู่ที่ อ. ทองผาภูมิ แต่พื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนกินถึงสังขละบุรี ไม่เพียงไร่นามากมาย ตัวอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตมะและหมู่บ้านมอญ ก็ล้วนต้องจมหายไปหมดสิ้น ชาวบ้านต้องย้ายวัดและบ้านเรือนขึ้นมาตั้งกันใหม่ที่เหนือเขื่อน

สังขละบุรี กาญจนบุรี

ถึงวันนี้ทั้งชาวมอญและอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน กลายเป็นทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของสังขละบุรี ทั้งนี้ยังไม่นับป่าเขาลำเนาไพรและด่านเจดีย์สามองค์ซึ้งติดกับป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ป่าดงดิบซึ่งยังไม่ได้สำรวจ และก็อย่างที่บอก การหลีกหนีพาตัวเองมาพักผ่อนชมทิวทัศน์ริมน้ำ ชมวิถีชีวิตของชาวมอญ พร้อมทั้งเที่ยววัด จัดว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ

และจากสถานที่ที่ได้ไปมา ว่าแล้วก็ขอจัด 5 อันดับสถานที่ในดวงใจ ที่ใครไปเที่ยวสังขละบุรี คำว่าพลาดห้ามมีไว้ในแพลนครับ

สังขละบุรี กาญจนบุรี

สะพานอุตตมานุสรณ์

หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530 โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ 

สะพานมอญ อุตตมานุสรณ์ สังขละบุรี

สะพานมอญ อุตตมานุสรณ์ สังขละบุรี

วัดวังก์วิเวการาม และเจดีย์พุทธคยา

หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน วัดก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า มีพระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมมอธ มีเจดีย์พุทธคยาจำลอง สร้างจำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย แต่มีขนาดเล็กกว่า บนยอดพระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา สีขาวอมเหลืองใส ขนาดเท่าเม็ดข้าวสารจำนวน 2 องค์ 

วัดหลวงพ่ออุตตมะ กาญจนบุรี

วัดหลวงพ่ออุตตมะ กาญจนบุรี

วัดหลวงพ่ออุตตมะ กาญจนบุรี[/caption]

วัดวังก์วิเวการาม และเจดีย์พุทธคยา

วัดวังก์วิเวการาม และเจดีย์พุทธคยา

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล

คือ วัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ก่อสร้างขึ้นมา ก่อนในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำเข้าท่วม อำเภอสังขละบุรี เก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย “หลวงพ่ออุตตมะ” จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยในช่วงฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจึงจะลด ทำให้สามารถมองเห็นโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน และนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปเที่ยงชมได้ แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดโบสถ์ให้เห็น

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

วัดสมเด็จ

วัดถูกตั้งชื่อตามสมณศักดิ์ของสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งท่านมาที่นี่ราวปี พ.ศ. 2509 และได้ปรารภกับหลวงพ่ออุตตมะว่าเนินแห่งนี้เป็นทำเลดีเหมาะแก่การสร้างวัด วัดจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในเวลาต่อมา มีศิลปวัฒนธรรมไทยรามัญ (มอญ) และพม่าอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ศาลาการเปรียญวัดสมเด็จรูปทรงแบบมอญ เจดีย์รูปทรงแบบมอญ พระนอน เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน รวมทั้งองค์พระพุทธรูปปางต่างๆ มากมายประดิษฐานเรียงรายที่มีลักษณะรูปร่างแปลกประหลาด ไม่เหมือนกับพระพุทธรูปที่พบเห็นได้โดยทั่วๆ ไป

วัดสมเด็จ สังขละบุรี กาญจนบุรี

วัดสมเด็จ สังขละบุรี กาญจนบุรี

วัดสมเด็จ สังขละบุรี กาญจนบุรี

วัดสมเด็จ สังขละบุรี กาญจนบุรี

ชุมชนชาวมอญ

ที่นี่มีวิถีชีวิตชาวมอญให้ได้เรียนรู้กัน ที่เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่อย่างการทำบุญตักบาตร รวมกายแต่งกาย อย่างชาวมอญในพื้นที่นิยมเทินของไว้บนศีรษะโดยผู้ชายจะใส่เสื้อและโสร่ง ส่วนผู้หญิงจะใส่เสื้อกับผ้านุ่ง และมีผ้าคาดบ่า นั่งรอที่พื้นกันอย่างเรียบร้อย จากนั้นเมื่อพระเดินมาถึงจะยืนขึ้น แล้วตักข้าวของใส่บาตรอย่างสงบและสำรวม นอกจากนี้แล้วจะเห็นชาวมอญประแป้งขาวใส่ผ้านุ่งเดินเทินของไว้บนศีรษะข้ามผ่านสะพานไป-มาอย่างคึกคัก

ชุมชนชาวมอญ สังขละบุรี

ชุมชนชาวมอญ สังขละบุรี

 

ข้อมูล และ ภาพ โดย ironear7