สำหรับตอนที่ 2 เรามาเริ่มกันตรงที่ลานด้านล่าง ตอนท้ายตอนที่1 เมื่อพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา อยากให้เพื่อนๆตามเรามา อ่านเรื่องราวอย่างสนุก อยากให้มีจินตนาการกันด้วยนะครับเพราะเท่าที่เราเขียนอาจจะไม่ได้อะไรมากกว่าการดูภาพและเทียบเหมือนกับว่ากำลังเดินทางไปกับเรา ให้มองเราว่าเป็นเพียงแค่คนนำทางเท่านั้น มาดูภาพบรรยากาศของลานกว้างกันอีกรอบ

น้ำตกกระเต็งเจ็ง kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_002 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_003 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_004 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_005

เมื่อเพื่อนๆสังเกตจะเห็นได้ว่าพื้นเปียกและแฉะพอสมควร พร้อมแล้วเดินทางข้ามสะพานไปน่าอย่างต้องการ

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_006 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_007 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_008

บรรยากาศแบบนี้คุณเคยเดินทางมาเที่ยวกันบ้างหรือเปล่านี่ผมมาคนเดียวยังตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะผมเดินทางเข้าป่าแบบนี้บ่อยอยู่แล้วในการท่องเที่ยว ผมว่าได้อะไรเยอะนะครับเรื่องบรรยากาศที่แตกต่าง แม้บางครั้งมันจะอึดอัดไปหน่อยก็ตามที หากว่าเพื่อนๆอยากที่จะเที่ยวคนเดียวแบบผมแนะนำว่าต้องใจกล้าเท่านั้นนะ เดินข้ามสะพานที่เราให้ดูรูปเพื่อนๆจะมีสองทางเลือกให้เดินผมเดินทางขวามือนะครับเพราะอะไรนั้นหรือเพราะมีความคิดที่ว่าหากเราเดินเลียบแม่น้ำหรือลำธารเราจะเจอกับน้ำตกได้อย่างแน่นอน และรับประกันว่าไม่มีทางที่จะหลงแน่ๆ นี่ล่ะครับแนวคิดที่อยากแบ่งปัน เดินเข้าป่าในส่วนนี้ก็จะเป็นป่าไผ่ ซึ่งระวังกันด้วยนะครับเพราหากไปโดนใบจะเกิดอาการคันได้สำหรับคนที่ใส่เสื้อแขนสั้น

                ระหว่างทางก็ก็เลยเก็บภาพลำธารมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน หรือที่เรียกว่าห้วยนะครับ น้ำต้นหน้าฝนจะไม่เยอะมากแต่มีอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าที่นี่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_009 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_010 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_011 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_012

ผมลองลงไปสัมผัสมาแล้วนะครับ น้ำใส เย็น สะอาด ดื่มได้แน่นอน สิ่งที่อยากแนะนำการดื่มน้ำในห้วยหรือลำธารให้เลือกดื่มน้ำที่ไหลเชี่ยวนะครับเพราะจะช่วยป้องกันเรื่องของปารสิตได้ ซึ่งหากเลือกที่น้ำนิ่งๆอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เหมือนกัน เทคนิคเล็กๆน้อยๆบางท่านก็อาจจะรู้อยู่แล้วนะครับ แต่เชื่อว่าคนที่ไม่เคยเที่ยวในป่าก็น่าจะไม่รู้แน่นอน เดินทางกันต่อ ผ่านเส้นทางที่ไม่ลำบากมากนักครับช่วงแรก เดินได้อย่างสบาย บอกได้เลยว่าเที่ยวได้ทุกช่วงอายุแต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่กลัวเรื่องความแคบเพราะเส้นทางที่นี่แคบมากเป็นเส้นทางธรรมชาติ เดินเบียดเสียดกับต้นไม้ที่ยื่นออกมาปกคลุมเส้นทาง บางช่วงก็ต้องแหวกเข้าไปเช่นเดียวกันเนื่องจากว่าเท่าที่ดูไม่มีใครที่จะเดินทางมาเที่ยวก่อนเราเป็นเดือนอย่างแน่นอน นอกจากเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาดูแลเรื่องการรักษาผืนป่าและป้องกันผู้ที่เข้ามาลักลอบหาของป่า เราเดินผ่านเส้นทางที่เป็นลำธารสายเล็กๆทำให้ได้บรรยากาศที่เรียกได้ว่ามาเที่ยวป่าฝนต้องเปียกกลับออกไป

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_013

ซึ่งหากว่าสังเกตที่พื้นเส้นทางเดินเราจะเห็นท่อประปาเพื่อส่งน้ำดิบไปยังที่ทำการอุทยานและเชื่อว่าจะส่งไปยังชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงอีกด้วยแน่นอน การใช้เรื่องของแรงโน้มถ่วงของโลกไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานหรือว่าเชื่อเพลิงในการสูบจ่ายอย่างแน่นอน ลงทุนเพียงแค่ท่อประปาเท่านั้นแต่เนื่องด้วยความยาวและแรงดันเท่าที่เห็นบางช่วงข้อต่อมีการรั่วซึมแต่นั่นหมายถึงการได้ช่วยให้ต้นไม้ในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับน้ำนั่นเอง และก็ไมได้เสียประโยชน์เพราะน้ำไม่ได้มีต้นทุนเป็นตัวเงินอยู่แล้ว

                เดินทางต่อกันไปเรื่อยๆนะครับ เนื่องจากว่าเส้นทางของเรายังอีกยาวไกล ดังนั้นหากจะเดินทางแบบไม่รีบ ก็ต้องมีเวลาทั้งวันแน่นอน เดินผ่านเส้นทางเล็กอีกครั้งเก็บภาพมาฝากนะครับ

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_014

อยากจะบอกเพื่อนๆว่าที่นี่มีความสมบูรณ์พอสมควร เรามีหลักฐานที่บ่งบอกได้ว่ามีสัตว์ที่หาได้ยากทางบ้านเรือนของเพื่อนๆจะไม่ค่อยเจอแน่นอน บ้านผมเรียกว่าแมงคิดนครับเพราะมันกลมๆเหมือนลูกคิดนั่นเอง เดินไปเจอเข้าระหว่างทางเลยเก็บภาพมาฝากเผื่อว่าบางคนยังไม่เคยเจ้าตัวนี้มาก่อน

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_015

ซึ่งหากว่าเราไปแตะที่ตัวมันจะม้วนตัวเป็นวงกลมรูปแบบเดียวกับตัวนิ่มนะครับ นี่เป็นการปรับตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรู เราควรที่จะเรียนรู้ไม่ทำลายนะครับ เดินป่าแบบนี้ก็ต้องระวังที่จะไม่เหยียบเจ้าตัวนี้ด้วยนะครับเพราะชีวิตเหล่านี้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ของป่าที่เรากำลังเที่ยวอยู่เช่นกัน ทุกอย่างมีความสัมพันธ์กัน ต้นไม้หากไม่มีสัตว์เหล่านี้ช่วยย่อยสลายซากพื้นก็คงจะไมได้ปุ๋ยที่ทำให้ต้นไม้โตสมบูรณ์ เอามาเพิ่มให้อีกรูปนะครับ

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_016

                ในที่สุดเราเดินทางมาถึงชั้นแรกจนได้ใช้เวลาเดินทางเกือบ 20 นาทีทีเดียว แต่เราหยุดเก็บภาพยู่หลายนาทีเหมือนกันนะครับ ซึ่งหากว่าเพื่อนๆไม่รีบก็เดินได้เรื่อย จุดนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าสนใจมากนะครับ แต่เพื่อนๆสมารถที่จะเดินลงไปเล่นน้ำได้ อาจจะไม่ต้องอาบนะครับเพียงแค่ล้างหน้าล้างตาหรือพักให้หายเหนื่อยก่อนที่จะเดินทางต่อ ชั้นที่ 1 มีชื่อว่า กระจงนะครับ เดินเข้าไปทางขวามืออีก 50 เมตรตามป้ายบอก

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_017

เส้นทางเข้าไปยังชั้นแรกค่อนข้างโล่งเตียนนะครับ เดินได้อย่างสบาย มีต้นไผ่สองข้างทาง ออกลำ ออกหน่ออ้วนพีเลยทีเดียว และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆอีกด้วยอย่างเช่นนก หนู หรือแม้กระทั่งงู ผมพยายามสังเกตตอนเดินลงไปที่น้ำตกว่ามีงูด้านบนหรือเปล่าเพราะทำเลเหมาะอย่างยิ่ง เดินป่าต้องรู้จักสังเกตนะครับเพราะสัตว์ป่าก็คือสัตว์ป่า ทุกชีวิตต่างก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น มีอะไรแปลกปลอมก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ดูภาพน้ำตกชั้นแรกครับ

kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_018 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_019 kratengjeng_waterfall_kanchanaburi_020

มาถึงชั้นที่ 1พักกันก่อนที่จะเดินทางต่อก็ดีนะครับ แม้ว่าจะไม่เหนื่อยจาการเสียน้ำแต่หากพูดถึงความเมื่อยล้าต้องมีกันทุกคน ผมเองก็หยุดพักสองถามนาทีเพราะต่อจากนี้นั้นเราไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เส้นทางลำบากหรือไม่ ผมเองมาเขียนบทความนี้หลังจากที่เดินทางกลับมาแล้วก็รู้อยู่แก่ใจแน่นอนแล้วในตอนนี้ แต่ไม่บอกเพื่อนๆที่ติดตามอ่านกันก่อนนะครับเดี๋ยวจะไม่สนุก เอาเป็นว่ามาติดตามอ่านต่อกันมนตอนที่3 เร็วๆนี้ครับ หวังว่ายังคงติดตามกันอยู่นะ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะครับสำหรับบทความที่แบ่งเป็นตอนๆ ที่แบ่งเพราะอยากให้ได้อย่างอื่นมากกว่การท่องเที่ยวแบบการรีวิวทั่วไป…