ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีนะครับ แหล่งท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ค่อยมีคนที่จะเดินทางมาเที่ยวกันแต่ที่เรามาเที่ยววันนี้มีวัยรุ่นน่าจะเป็นนักเรียนนะครับมาเที่ยวกันหลายกลุ่มมานั่งคุยกันตามประสาหนุ่มสาวนะครับดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบทำให้เรานึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราเองครั้งก่อนๆ เส้นทางที่จะมาที่นี่ก็ให้เพื่อนๆตั้งต้นที่สถานีขนส่งสังขละบุรีนะครับโดยออกมาเส้นทางที่จะไปยังเจดีย์พุทธคยา เมื่อเลี้ยวซ้ายก็ออกเดินทางตรงไปจนถึงสะพานคอนกรีตขามแม่น้ำก็จะเจอซ้ายมือนะครับมีป้ายบอกอย่างชัดเจน

kanchanaburi_viewpoint_001

เมื่อขึ้นมาแล้วก็มีลานจอดรถกว้างขวางนะครับเป็นหินเกร็ดเล็กๆ ไม่ต้องกลัวว่าเที่ยวหน้าฝนแล้วรถจะสกปรก แต่ไม่มีหลังคากันฝนกันแดดนะครับ ตรงลานด้านหน้าเพื่อนๆจะเจอกับแทนทรงกระบอกเล็กๆที่จะบอกว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงมีอะไรบ้าง เผื่อว่าท่านจะเดินทางเที่ยวที่อื่นๆด้วยนะครับ

kanchanaburi_viewpoint_002

เดิมมาอีกนิดนึงก็จะเห็นสะพานที่บอกไปตอนต้นนะครับเราถ่ายจากมุมสูงให้ดูน่าสนใจการถ่ายจากพื้นราบเยอะเลยเป็นสะพานข้ามแม่น้ำนะครับช่วงนี้แม้จะเข้าหน้าฝนแต่น้ำยังน้อยเหมือนเดิมเพราะฝนตกเรื่อยๆแต่ไม่หนักเท่าไหร่หรือเพียงพอที่จะให้พื้นดินอิ่มตัว

kanchanaburi_viewpoint_003

แอบถ่านด้านข้างตรงถนนทางขึ้นมาบนจุดชมทิวทัศน์มาให้ดูกันนิดนึงนะครับ

kanchanaburi_viewpoint_004

ด้านหน้าลายจอดรถจะมีศาลาขนาดใหญ่สามารถจุคนได้เกือบร้อยคนเลยทีเดียว สามารถนั่งพักผ่อนได้แต่น่าจะต้องนั่งพื้นนะครับ อาจจะเป็นที่ประชุมของชาวบ้านที่นี่ก็ได้ครับ

kanchanaburi_viewpoint_005

หากว่ามาช่วงกลางคืนที่น่าจะสวยเหมือนกันนะครับ มีไฟฟ้าส่องสว่างรับรองว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

kanchanaburi_viewpoint_006

                วันนี้เราเดินทางมาเที่ยวที่จุดชมทิวทัศน์ที่นี่ฝนตกอย่างที่เราคาดไว้จริงๆด้วยดูจากสภาพนะครับว่าตกหนักแค่ไหนตอนนี้ยังตกอยู่แต่เราก็พอเก็บภาพสวยๆให้เพื่อนๆได้

kanchanaburi_viewpoint_007 kanchanaburi_viewpoint_008

บรรยากาศตอนนี้อากาศสดชื่นมากหลังจากฝนตกหนักเราเดินไปตามเส้นทางคล้ายๆสะพานนะครับที่ยกสูงออกมาจากพื้นดินด้านล่างดูสบายๆนะครับแต่แอบเสียวนิดนึงสำหรับคนที่กลัวความสูง บรรยากาศก็มีความร่มรื่นภายในซุ้มศาลาต่างๆก็มีที่นั่งพักให้เพื่อนๆได้พักผ่อน ถ้าวันที่อากาศดีๆน่าจะสวยกว่านี้นะครับ แต่หน้าฝนแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ นี่ครับทางเดินที่เราจะเดินไปยังจุดศาลาต่างๆสามารถเดินได้หลากหลายแยกนะครับ วันนี้เดินตามสบายเนื่องจากว่านักท่องเที่ยวน้อยเพราะวันปกติคนส่วนใหญ่น่าจะทำการกัน

kanchanaburi_viewpoint_009

มีสายฝนโปรปรายก็ไม่รู้จะเดินตากฝนทำไมนะครับ ก็เลยเดินอย่างรวดเร็วแวะไปซุ้มต่างๆและเก็บภาพทั่วๆไปมาฝากเพื่อนๆว่าบรรยากาศนั้นเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

kanchanaburi_viewpoint_010 kanchanaburi_viewpoint_011 kanchanaburi_viewpoint_012 kanchanaburi_viewpoint_013 kanchanaburi_viewpoint_014

บันไดทางลงหากว่าฝนตกแบบนี้ลื่นมากนะครับระวังกันด้วยสำหรับคนที่จะไปเที่ยวแล้วเจอฝนตกอย่างวันนี้ เมื่อถ่ายสถานที่ตามสภาพแวดล้อมทั่วไปแล้วเรามาดูเรื่องของวิวสวยๆผ่านม่านฝนกันบ้างดีกว่า ก็เป็นวิวที่เชื่อว่าหลายคนอยากจะดูนะแต่วันนี้ฝนตกเป็นภาพที่ไม่ชัดสดใสเหมือนวันอากาศร้อนมาดูกันครับ

kanchanaburi_viewpoint_015 kanchanaburi_viewpoint_016 kanchanaburi_viewpoint_017 kanchanaburi_viewpoint_018 kanchanaburi_viewpoint_019 kanchanaburi_viewpoint_020

                จากรูปสะพานมอญครั้งที่โดนน้ำพัดพังยังไม่มีการซ่อมแซมให้เสร็จได้แต่เค้าได้สร้างสะพานชั่วคราวขึ้นมาทดแทนแต่หากเราเดินไปใกล้สะพานจะเห็นท่อนซุงมากมายมีคนงานกำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่แม้ว่าจะช้าก็ตามทีแต่เมื่อมีสะพานใหม่ประชาชนก็สามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก บรรยากาศผ่านสายฝนหากว่าเที่ยวกันสองสามคนน่าจะได้อยู่นะครับ แต่หากว่าเที่ยวคนเดียวแบบเราแอบเหงาๆอยู่บ้างในบางครั้ง ที่นี่อย่างที่บอกมีศาลานั่งพักเพื่อนๆสามารถที่จะนาหารมาทานได้นะแต่ก็ระวังกันเรื่องของราวจับบางที่อาจจะไม่ได้รับการดูแลมีสนิมเกาะอันตรายเหมือนกันนะครับ จุดชมทิวทัศน์ที่นี่เปิดให้เข้าเที่ยวกันตลอดเวลาที่ต้องการแต่เมื่อถึงดึกๆเพื่อนๆอย่ามาเที่ยวนะผมว่ามันเปลี่ยวเหมือนกันแม้จะมีแสงไฟอย่างที่บอกไปตอนต้นๆบทความเพราะที่นี่หากไม่ได้เป็นช่วงน้าหนาวนักท่องเที่ยวไม่เยอะอาจจะดูน่ากลัวไปนิดนึงเพราะคนที่นี่เค้านอนกันเร็วมาก

                วันนี้เรามาเที่ยวที่นี่กะว่าจะเที่ยวสักสองชั่วโมงแต่ที่ไหนได้ปาเข้าเย็นเลยนะครับ เป็นอันว่าต้องเที่ยวที่เดียวเท่านั้นจากการที่วางแผนท่องเที่ยวไว้อย่างดี นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจออย่างแน่นอนระหว่างเดินทาง ต้องมีอุปสรรคที่ทำให้เราเที่ยวได้ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ แต่มันเป็นบทเรียนที่ดีทีเดียวนะครับ บอกให้เรารู้ว่าเวลาที่จะท่องเที่ยวเราต้องชดเชยเวลาที่เราไม่ได้เที่ยวออกไปด้วยอย่างทริปนี้เราต้องต่อเวลาเช่าที่พักไปอีกเรียกว่างบประมาณเกินกว่าที่ตั้งใจไว้แต่แรก แต่สำหรับคนที่พักผ่อนยาวๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาที่ต้องเที่ยวให้ได้เยอะๆมาเที่ยวที่เดียวผมว่าก็คุ้มนะครับ แม้ว่าจุดชมทิวทัศน์แห่งนี้จะไม่ได้เป็นland mark ของสังขละบุรี แต่หากได้มาเที่ยวชมบรรยากาศแล้วก็รับรองว่าไม่ผิดหวัง จริงๆแล้วเส้นทางที่เพื่อนๆสามารถเดินทางมาได้ที่เราไม่อยากจะบอกตอนแรกเพราะว่าเดินกันเหนื่อยแต่คิดว่าหากเพื่อนๆที่ไม่มีรถมาเองอาจจะมาเที่ยวก็เดินข้ามสะพานมอญมาเลยนะครับจะมีเส้นทางบอกว่าไปจุดชมทิวทัศน์ซึ่งอยู่ทางข้ามสะพาญเก่านะครับที่ขาดไป ป้ายบอกเส้นทางอาจจะเล็กไปนิดแต่หากสังเกตจะเห็นได้ชัดเจน หรือว่าหากจะให้ง่ายก็คือเพื่อนๆอยู่ฝั่งด้านที่ตรงข้ามกับเจดีพุทธคยาก็ให้เดินไปตามทางไปสะพานมอญก็จะเจอทางไปสะพานเก่านะครับขวามือเพื่อนๆจะเจอป้ายบอก เป็นทางคอนกรีตเสริมเหล็กนะ เดินไปนิดเดียวก็ถึงแล้วแนะนำให้เดินทางนี้ช่วงกลางวันนะครับ กลางคืนดูสลัวๆนิดนึงถ้าเป็นผู้หญิงไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นัก

                จุดเล็กๆที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเที่ยวลองเปิดโอกาสเที่ยวที่นี่สักครั้งอาจจะแวะพักทางผ่านหรือว่ามาเที่ยวที่อื่นๆวิ่งผ่านเส้นนี้ก็ลองเข้าไปก็น่าจะได้นะถือว่าเป็นการพักทั้งรถพักทั้งร่างกายไปในตัว